gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 362
Content : 882
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1939761
เรามี 38 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

205767_2047...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home Story/บทความ * บทความ สุราแปลว่าเหล้า

 

เรียนพระคัมภีร์ : ธวัช เย็นใจ
สุราแปลว่าเหล้า!
สภษ.23:29-35


มีเรื่องเล่าว่า ชายสองคนร่ำสุรากันจนดึกดื่น จากนั้นก็เดินสะเงาะสะแงะโซเชกลับบ้าน พอมาถึงเสาไฟฟ้าต้นหนึ่ง ชายคนแรกก็เอามือจิ้มๆไปที่เสา เพื่อนก็ถามว่า "เอ็งทำอะไรวะ?" "กดกริ่งเรียกเมียมาเปิดประตู" เขาตอบอ้อแอ้
ทำอย่างนั้นอยู่นาน เพื่อนจึงว่า "เสียเวลาน่ะ เมียเอ็งคงนอนหลับแล้ว""เฮ้ย ยังไม่หลับหรอก ดูซิ ไฟบนบ้านยังเปิดสว่างอยู่เลย" ???!!


"ใครหนอที่ทุกข์ระทม? ใครหนอที่โศกเศร้า? ใครหนอที่วิวาท? ใครหนอที่เพ้อพล่าม? ใครหนอเจ็บตัวโดยไม่จำเป็น? ใครหนอที่มีตาแดงก่ำ? ก็คือคนที่จมอยู่กับเหล้า คนที่ทดลองชิมเหล้าผสมหลากชนิด อย่าจ้องดูเหล้าองุ่นเมื่อมันสีแดงสวย เมื่อมันส่องประกายอยู่ในถ้วย เมื่อมันดื่มลื่นคอ! ในบั้นปลาย มันฉกกัดเหมือนงู ปล่อยพิษเหมือนงูพิษ ตาของเจ้าจะเห็นภาพหลอนแปลกๆ ความคิดเลอะเลือนสับสน เจ้าจะเป็นเหมือนคนที่นอนลอยอยู่กลางทะเล และเหมือนคนที่นอนอยู่บนเสากระโดงเรือ เจ้าจะพูดว่า “เขาฟาดแต่เราไม่เจ็บ! เขาทุบตีแต่เราไม่รู้สึก! เมื่อไรเราจะตื่นนะ จะได้ไปดื่มอีก” (สุภาษิต 23:29-35 TNCV)
พระคัมภีร์ตอนนี้ได้กล่าวถึงโทษของการดื่มน้ำเมามากมายหลายประการ เราจะค่อยๆเจียระไนกันไปทีละอย่างนะครับ เหล้าไทยเราก็มีน้ำขาว กระแช่ เหล้าดองยา หงส์ทอง ของรัสเซียก็มีวอดก้า ของฝรั่งก็มีวิสกี้ ของอิตาลีก็มีแคมปารี และของจีนก็มีเชี่ยงชุนและเหมาไถ
ในคำสอนของศาสนาดั้งเดิมของไทยเรา ถือว่าสุราเป็นอบายมุข ศีลข้อที่ห้า " สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี งดเว้นจากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท" ดอกไม้สดได้เขียนกลอนเรื่องน้ำเมาไว้ในเรื่อง "หนึ่งในร้อย" ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
"สุราอันว่าเหล้า กินค่ำเช้าไม่ช้าตาย
ลงนรกได้ง่ายดาย มีผีร้ายนับหมื่นแสน
ผู้ใดไม่กินเหล้า ขึ้นสวรรค์ชั่วดินแดน
นางฟ้าทั่วเมืองแมน ปรนนิบัติและพัดวี"
[หมายเหตุ กลอนบทนี้เขียนโดยผู้ที่ยังไม่รับเชื่อในพระเจ้า]
พระคัมภีร์บอกถึงการดื่มสุราว่า ประการแรก ทำให้เกิดความโศกเศร้าระทมทุกข์ คือหาเงินมาได้เท่าไหร่ลงขวดหมด ลูกเมียก็เลยอดๆอยากๆ ทำให้ยากจนค่นแค้น ประการที่สอง เหล้าเป็นเหตุให้ก่อการทะเลาะวิวาทกัน เคยมีข่าวบ่อยๆที่เพื่อนรักฆ่ากันในวงเหล้า ประการที่สาม เหล้าทำให้เกิดอุบัติเหตุ พระวจนะบอกว่าเป็นการ "เจ็บตัวโดยไม่จำเป็น"
[เมื่อครั้งที่ผมยังไม่เป็นคริสเตียน ก็ต้องไปรับโทษทัณฑ์อยู่ในคุกกินข้าวแดงเป็นเวลาหนึ่งปี ก็เพราะไอ้น้ำเมาเปลี่ยนนิสัยนี่แหละ!]
ประการที่สี่ เมื่อดื่มเหล้ามากๆก็ทำให้ประสาทหลอน "เพ้อพล่าม" หรือเพ้อเจ้อ ผมเคยนำคนที่ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังไปส่งยังโรงพยาบาลจิตเวช ที่นั่นมีตึกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยคนติดสุรา คลุ้มคลั่ง บางคนอาละวาดจนบุรุษพยาบาลต้องจับมัดตรึงไว้กับเตียงเลยทีเดียว ปีหนึ่งๆรัฐบาลต้องเสียงบประมาณมากมายเพื่อบำบัดขี้เมาเหล่านี้
ประการที่ห้า สุราเป็นเหตุทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม "ใครหนอที่ตาแดงกล่ำ" คนที่ดื่มเหล้านอกจากจะเสียงานเสียการ (เพราะเมาแล้วเอาแต่นอน) เสียเงินเสียทอง หาเงินมาได้เท่าไหร่ไล่ลงขวดหมด เสียความเคารพนับถือ (เสื่อมเกียรติ) ที่แน่นอนคือ เป็นโรคตับแข็ง
วันหนึ่งผมกลับจากโบสถ์ กำลังจะเลี้ยวรถเข้าบ้าน ก็เห็นว่าบ้านตรงกันข้ามมีผู้คนมาชุมนุมมากมาย เมื่อเดินเข้าไปถามว่า มีอะไรเกิดขึ้น ก็ได้รับคำตอบว่า เจ้าของบ้านได้เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง เมื่อผมชะโงกเข้าไปดูในห้องโถง ก็เห็นศพวางอยู่มีผ้าขาวคลุมไว้ ถัดมาอีกหน่อยก็เป็นกลุ่มชาวบ้านที่มาร่วมแสดงความเสียใจ นั่งล้อมวงตรงกลางมีขวดเหล้าขาวตั้งอยู่ ทุกคนมีจอกน้ำเมาอยู่ในมือ ต่างหน้าแดงกล่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
เออ. แปลกดีนะ คนตายด้วยเหล้า คนที่มาแสดงความอาลัยก็ตั้งวงดื่มเหล้า!
ข้อคิด : แม้พระวจนะของพระเจ้ามิได้บอกว่า ดื่มสุราแล้วต้องพินาศในบึงไฟนรก แต่พระคัมภีร์ใหม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่า การงานของเนื้อหนัง(ตัณหา)มี 15 อย่าง หนึ่งในนั้นคือ "การเมาเหล้า" (กท. 5:21)
คริสเตียนที่รัก อย่ามาถกเถียงกันว่า กินเหล้าบาปหรือไม่บาป แต่ขอเรามาฝักใฝ่ในการประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์กันเถิด.