gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 361
Content : 853
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1778180
เรามี 15 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

225537_2106...
Image Detail
Home บทความ ที่พักใจ * บทความที่พักใจ "พระดำรัสล้ำค่าของพระเยซูคริสต์ 14 "

 

พระดำรัสล้ำค่าของพระคริสต์ 14      โดย ศจ.ดร.บุญรัตน์ บัวเย็น


มัทธิว 5:13-16
"ท่านทั้งหลายเป็นเกลือแห่งโลก ถ้าเกลือนั้นหมดรสเค็มไปแล้ว จะทำให้กลับเค็มอีกอย่างไรได้ แต่นั้นไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทิ้งเสียสำหรับคนเหยียบย่ำ
ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลกนครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้ เมื่อจุดตะเกียงแล้วไม่มีผู้ใดเอาถังครอบไว้ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนที่อยู่ในเรือนนั้น ท่านทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้ทรงอยู่ในสวรรค์"


 

วันนี้เอาเรื่องเกลือกับความสว่างมาอยู่ด้วยกัน เพราะเป็นพระดำรัสสอนที่เกี่ยวข้องกัน คือ  เกลือ กับ ความสว่าง
ความสำคัญของพระดำรัสล้ำค่าตอนนี้ มีความชัดเจนมาก เมื่อพระองค์ตรัสว่า ท่านเป็นเกลือแห่งโลก ท่านเป็นความสว่างของโลก พระองค์ตรัสด้วยความห่วงใยมนุษย์ อย่างมากที่สุด ลองมาดูกันหน่อยว่า ทำไมพระองค์จึงทรงห่วงใยมนุษย์โลกนี้นักหนา ทรงตระหนักว่ามนุษย์ตกอยู่ในความมืด ผู้ที่อยู่ในความมืด คือผู้ที่ไม่ได้อยู่ในความสว่างเลย ไม่ได้อยู่ภายใต้การครอบครองของพระเจ้า เป็นผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะที่ตรงข้ามกับสภาวะในพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงเป็นความสว่าง

แต่มนุษย์ อยู่ในความมืด กิจการของความมืดทุกรูปแบบ จึงดาษดื่นในสังคมของมนุษย์ และหากโลกอยู่อย่างนี้ เป็นอย่างนี้
สิ่งที่รอคอยอยู่ คือหายนะ ความพินาศ สังคมกำลังสิ้นหวัง สังคมกำลังป่วย สังคมกำลังเน่า เพราะฉะนั้นเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับสาวกของพระองค์ว่า "ท่านเป็นเกลือแห่งโลก ท่านเป็นความสว่างของโลก" จึงเป็นอะไรที่สำคัญยิ่ง พระองค์กำลังให้ความสำคัญในคนของพระองค์ ให้เขาตระหนักว่า. "เขาคือความหวังของโลก" ที่จะนำมนุษย์โลกกลับมาหา ความสว่างที่ยิ่งใหญ่ และให้มารับเอาการช่วยให้รอดจากพระองค์

เมื่อเราศึกษาพระดำรัสล้ำค่านี้ สิ่งแรกเราต้องค้นให้พบตัวตนของเราเอง. คุณค่าของเราอย่างที่พระเจ้าทรงเห็นในเราทั้งหลาย เราอาจมองไม่เห็นว่าตนเองจะทรงคุณค่าถึงขนาดนั้น เราเเป็นคริสเตียน เราเป็นคนของพระเจ้า เรามองเห็นคุณค่าสูงส่งนี้ไหม ที่พระเจ้ากำลังจะอาศัยพึ่งพา ให้เราเป็นความหวังของสังคมโลก. ที่พระเจ้าจะหยิบยื่นการเยียวยาให้แก่เขา

สิ่งที่สองเมื่อเราศึกษาพระดำรัสล้ำค่านี้ เราต้องมีความชัดเจนว่า พระดำรัสนี้พูดถึงปัจจุบันกาล ทรงใช้คำว่า "ท่านทั้งหลายเป็น" "You are." ไม่ได้พูดถึงอดีต เพราะไม่ได้ใช้คำว่า "ท่านที่เคยเป็น" "You once were." ไม่ได้ใช้คำว่า "ท่านจะเป็น"
"You will be.."นั่นหมายความว่า การปรนนิบัติรับใช้ของเราต้องเป็น "ปัจจุบัน" อดีตเป็นอย่างไรไม่สำคัญ อนาคตจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ สำคัญที่สุด วันนี้เป็นอย่างไร วันนี้เราเป็นเกลือไหม วันนี้เราเป็นความสว่างไหม

ประการที่สามเมื่อศึกษาพระดำรัสล้ำค่านี้ เราต้องตระหนักว่า. ทำไมพระเยซูคริสต์จึงนำเอาเรื่องของเกลือ มารวมเข้ากับเรื่องของความสว่าง แทบจะให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน เราต้องเข้าใจว่า พระองค์กำลัง ชี้ให้เราเข้าใจว่า ความเป็นเกลือ กับความเป็นความสว่างนั้นเกี่ยวข้องกัน ความเป็นเกลือคือ "ตัวตน" ของเรา เป็นบุคลิก หรือความเป็นตัวตนของเรา salt is character.
เป็นการบ่งบอกคุณลักษณะของเรา ความเป็นความสว่างเป็น "พฤติกรรม" คือสิ่งที่เราทำที่เป็นผลงาน Light is what we do-
our conduct. พระองค์กำลังจะสอนว่า ตัวเราต้องประกอบด้วยทั้งสองส่วนนี้เสมอ เมื่อเรารับใช้พระเจ้า คือต้องอาศัย ตัวตน
ที่เป็นบุคลิกของเรา  Our character. เวลาเดียวกันเราต้องแสดง ออกด้วยพฤติกรรม conduct ที่สอดคล้องกับตัวตนของเรา
สิ่งที่เรากระทำ ต้องสอดคล้อง กับตัวตนของเรา พูดง่ายๆ คือชีวิตของเราต้องมีตัวตน ที่ควบคู่กับ พฤติกรรมที่เหมาะสมนั่นเอง เราจึงไม่อาจทิ้งส่วนใดส่วนหนึ่งได้.

เราจะพอใจตัวตนของเรา ว่าเป็นคนดี มีความรัก เป็นคนชอบธรรม แต่หากขาดการกระทำที่สอดคล้องกัน เราก็เป็นคนที่ไม่มีความสมดุลในตัว เราขาดพฤติกรรมไม่ได้ เพราะพฤติกรรมต้องออกมาจากพื้นฐานแห่งตัวตนที่เราเป็นนั้นเอง

ครับพระดำรัสนี้ลึกซึ้งและล้ำค่าจริงๆ

ศจ.ดร.บุณรัตน์ บัวเย็น