gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 362
Content : 862
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1831736
เรามี 102 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

230315_2106...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home ข้อคิด เรื่องสั้น * บทความ "ทฤษฎีปลาโลมา" โดย ตัน ภาสกรนที

 

 วิถีตัน      (โดย ตัน ภาสกรนที )

 

 

ไม่มีใครอยากเป็น “ลูกจ้างไปตลอดชีวิต ผมเข้าใจเพราะเคยเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนมาก่อน   

เมื่อเป็นเจ้าของธุรกิจ ผมจึงผูกใจคนเก่งๆ ให้ช่วยดูแลกิจการด้วยระบบหุ้นส่วน

 

  แทนที่จะเป็นเจ้าของทั้งหมดคนเดียว เสมือนโอ่งใหญ่ๆ รองน้ำฝนเป็นร้อยๆ ลิตร แต่ถ้าโอ่งแตกใบเดียว เราจะไม่เหลือน้ำเลยสักหยด         สู้มีกระป๋องเล็กๆ 20 ใบ กระจาย 20 สาขา กระป๋องละครึ่งเดียวแต่หลายๆ ใบรวมกัน ใบหนึ่งเสียหายก็ยังเหลือส่วนใหญ่ที่ได้อยู่

   ด้วยวิธีนี้ ธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานจึงแตกตัวไปอย่างรวดเร็ว ผ่านการ “ร่วมทุน” กับพนักงานเก่งๆ ให้ออกไปโตเป็นเถ้าแก่ 18 ปีผ่านไป หุ้นส่วนเก่งๆ ยังช่วยดูแลธุรกิจ โดยที่ผมไม่ต้องลงมือเองให้วุ่นวาย     ทำธุรกิจอย่ายึดติดกับความเป็นเจ้าของ

           อย่าคิดว่าต้องเป็นของเราคนเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์ จะถือหุ้นเท่าไหร่ไม่สำคัญ สำคัญที่หุ้นของเรามีมูลค่าเท่าไหร่      บางอย่างดูเหมือนจะเสีย แต่ถ้ารู้จักแบ่ง เราจะได้โอกาสวันหน้าอีกมากมาย

            เราได้ 40 % แบ่งให้คนอื่น 60% ..ได้น้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้  “จิตวิญญาณความเป็นเจ้าของ” จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกคนรู้สึกเป็นหนึ่งในหุ้นส่วน ต้องร่วมกันทำ ร่วมกันแบ่ง ลำบากร่วมกัน ถึงจะสบายด้วยกัน

            ธุรกิจถ่ายภาพแต่งงานของเรา ปิดบัญชีแบ่งกำไรกันทุกเดือน พนักงานทุกคนได้ส่วนแบ่งเสมือนผู้ถือหุ้น ตั้งแต่ผู้จัดการร้าน ผู้ช่วยผู้จัดการ ช่างภาพ ช่างแต่งงาน   แม้แต่แม่บ้านก็ยังยิ้มแป้นได้ส่วนแบ่งด้วย

            หลักการบริหารธุรกิจ คือ หลักการจัดสรรผลประโยชน์ที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว ทันใจ 

            ผมเรียกมันว่า “ทฤษฎีปลาโลมา”    การปันผลให้ทันใจก็เหมือนกับโชว์ปลาโลมาในสวนสนุก ปลากระโดดปุ๊บต้องให้รางวัล    ไม่ใช่กระโดดค้างไว้ เดี๋ยวสิ้นเดือนค่อยว่ากันทีเดียว ปลาตัวไหนจะอยากทำงานให้เรา  ระหว่างสิ้นปีได้โบนัสครั้งเดียวกับแบ่งกำไรกันทุกสิ้นเดือน ความรู้สึกสำหรับคนทำงานต่างกัน

            ยิ่งจัดสรรผลประโยชน์เร็ว ยิ่งเพิ่มแรงจูงใจ ธุรกิจยิ่งขยายตัว  แต่อย่าเน้นแค่เงินอย่างเดียว

            เหนืออื่นใด หัวใจต้องมาก่อน  ตามมาด้วยศรัทธา  ถ้าใช้เงินซื้อคน หลอมคนในองค์กรด้วยเงิน เงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ  ซื้อตัว ไม่อาจซื้อใจ    ถ้ามาเพราะเงินเดือน 2 เท่า เขาจะอยู่กับเราได้ไม่นาน

            เงินสำคัญแต่ก็ไม่ใช่ที่สุด   คำชม กำลังใจ  การให้โอกาส ความท้าทาย ความรู้สึกที่ดีๆ ที่มีให้กัน

           คุณค่าทางใจมีความหมายไม่น้อยไปกว่าเงิน   บางทีปัญหาโลกแตกที่คิดว่ายากที่สุด ไม่ใช่เพราะมีหรือไม่มี “ดวงบริวาร” 

           แต่ความลับอยู่ที่การผูกใจคนให้เขามีความสุขอยู่กับเราไปนานๆ