gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 362
Content : 870
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1861288
เรามี 58 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

230315_2106...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home Story/บทความ เรื่อง สุขสันต์วันคริสตมาส

 
สุขสันต์วันคริสตมาส  

มัทธิว 2.1-12

      สุขสันต์วันคริสตมาส   Merry Christmas  เป็นคำทักทายซึ่งกันและกันทั่วโลกในเทศกาลคริสตมาส ไม่ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ สีผิวเป็นอย่างก็ตาม ในท่ามกลางมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกภาษา ทุกชาติ และทุกประเทศพูดกันว่า สุขสันต์วันคริสตมาส หรือ  Merry Christmas  ในช่วงคริสตมาสทุกๆปี เป็นความถูกต้องที่เราทักทายกันด้วยว่า เพราะเทศกาล คริสตมาสเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี เพราะว่าวัน คริสตมาสเป็นวันที่พระเจ้าทรงยอมสละสภาพพระเจ้า และเสด็จลงมาในโลก บังเกิดเป็นมนุษย์ สวมสภาพมนุษย์ เพื่อจะช่วยมนุษย์ทั้งปวงให้รอดพ้นจากความบาปและความตาย  ทำไมต้องพูดว่า     คริสตมาส "อีกแล้ว ?"  ก็เพราะว่านี่เป็นเรื่องที่เคยพูดกันมาหลายครั้งแล้ว !ใช่ครับ !  เรื่องคริสตมาสนี้ ได้รับการเล่าขานมาไม่น้อยกว่า 2000 ปีแล้ว !แล้วทำไมยังเล่ากันต่อมานะหรือครับ ?    ก็เพราะว่า นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

           

เมื่อเรานึกถึงวันคริสต์มาส พี่น้องมักจะคิดถึงอะไรก่อน   ผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับวันคริสต์มาสของวัยรุ่นเกาหลี 377 คน ในเดือนพฤศจิกายน 2005  ร้อยละ 30 ตอบว่า คิดถึงซานตาคลอส  13.4 ตอบว่า ต้นคริสต์มาส  10.7 ตอบว่าของขวัญคริสต์มาส และคนที่ตอบว่า พระเยซู เพียง ร้อยละ7.2 เท่านั้น 

            เรื่องราวของ คริสตมาสได้บันทึกไว้ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ว่า     พระเยซูทรงบังเกิดที่หมู่บ้านเบธเลเฮม แค้วนยูเดีย ประเทศอิสราเอล  ก่อนหน้านั้นท่านโยเซฟได้หมั้นไว้กับมารีย์แล้ว ยังไม่อยู่กินด้วยกัน แต่ปรากฏว่ามารีย์มีครรภ์แล้ว  คนยิวในสมัยนั้น ถือว่าความเป็นพรหมจารีเป็นเรื่องสำคัญมาก โยเซฟจึงไม่อยากแต่งงานกับมารีย์  คิดว่าจะถอนหมั้นเสียอย่างลับๆ  ในขณะที่เขาคิดเช่นนั้น มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาปรากฏแก่เขาในความฝัน บอกไม่ให้เขากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยา เพราะมารีย์ตั้งครรภ์โดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์  ต่อมา ท่านโยเซฟและ  มารีย์ได้เดินทางไปยังบ้านเบธเลเฮมเพื่อจะขึ้นทะเบียนสำมะโนครัวที่บ้านเกิด เพราะเขาเป็นวงศ์วานและเชื้อสายของดาวิดที่มาจากเบธเลเฮม   ในขณะที่เขาทั้งสองอยู่ที่นั่น ก็ถึงเวลาที่มารีย์คลอดลูก จึงคลอดลูกชาย เอาผ้าอ้อมพันและวางไว้ในรางหญ้า เพราะไม่มีห้องว่างในโรงแรมเลย  จากเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ทูตสวรรค์มาปรากฏแก่มารีย์ แก่โยเซฟ แก่ผู้เลี้ยงแกะ ตลอดจนพวกโหรจารย์ที่มาจากทิศตะวันออก เราเห็นชัดเจนว่า พระเยซูเป็นเจ้าของวันคริสต์มาสครั้งแรก  ดังนั้น   เราควรรู้จักเจ้าของวันคริสต์มาสเป็นใคร วันคริสตมาสเราพบว่า มีบางคนชื่นใจยินดีมาก แต่บางคนไม่มีความชื่นชมยินดีเลย  มีเด็กคนหนึ่งเขาไม่ชอบวันคริสตมาส เพราะเป็นวันที่เขาอาจจะต้องย้ายบ้านอีกถ้าพ่อไม่สามารถจ่ายค่าเช้าบ้านได้ เจ้าหนี้จะเก็บค่าเช้าบ้านทุกสิ้นปี ก็คือเมื่อใกล้คริสตมาสที่หนาวเย็นทุกปี  แต่จิตใจเขากลับร้อนรุ่มด้วยความกังวล   พี่น้องจำเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงคริสตมาสเมื่อ 3 ปีที่แล้วได้ไหม  “สึนามิ”   เป็นความเจ็บปวดของหลายหมื่นคนที่สูญเสียคนที่รักในครอบครัวและคนรู้จัก  เขาคงไม่ชอบคริสตมาสเช่นกัน   และไม่ใช่ในทุกวันนี้เท่านั้นที่ผู้คนมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน 
       
      ในวันคริสตมาสครั้งแรกเมื่อสองพันปีที่แล้วด้วย มัทธิว 2.1-12  ในข้อที่ 10 “เมื่อพวกโหราจารย์ได้เห็นดาวนั้นแล้วก็มีความยินดียิ่งนัก” แต่เมื่อเราอ่านข้อที่ 3 “ครั้นกษัตริย์เฮโรดได้ยินดังนั้นแล้ว ก็วุ่นวายพระทัย ทั้งชาวกรุงเยรูซาเล็มก็พลอยวุ่นวายใจไปด้วย” กษัตริย์เฮโรดและชาวกรุงเยรูซาเล็มต่างวุ่นวายใจ ไม่ชื่นใจยินดีเลย ส่วนพวกโหราจารย์นั้น มีความยินดียิ่งนัก คำว่า “วุ่นวายใจ” กับ “ความยินดียิ่งนัก” พี่น้องชอบคำไหน ตามความหมายที่แท้จริงของคริสตมาส วันคริสตมาสน่าจะเป็นวันวุ่นวาย หรือวันชื่นใจ พวกโหราจารย์เป็นคนประเภทไหนจึงมีความยินดียิ่งนัก   หรือเขายินดีด้วยเรื่องใด   

1. พวกโหราจารย์ได้เห็นดาวนั้น   (2)

         “กุมารผู้ที่บังเกิดมาเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอลนั้นอยู่ที่ไหน เราได้เห็นดาวของท่านปรากฏขึ้น เราจึงมาหวังจะนมัสการท่าน”

          ที่นี่พวกโหราจารย์ได้บอกว่า “เราได้เห็นดาวของท่าน..” คงไม่บังเอิญที่พวกเขาได้เห็นดาว แต่พวกเขารอคอยพระเมสิยาห์ผู้ซึ่งพระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้ พวกโหราจารย์ เรียกอีกชื่อ คือพวกนักปราชญ์คงได้ยินจากคนยิวบางคนที่อาศัยอยู่ในชุนชมของเขาว่า พระเมสิยาห์จะมาบังเกิด แล้วนักปราชญ์ได้รอคอยพระเมสิยาห์โดยการมองหาดาว

            พี่น้องครับ  ใครชอบดูดวงดาวบ้าง  หรือเคยไปดูฝนดาวตกบ้าง  มันตื่นเต้น  แต่นี่พวกโหราจารย์ ซึ่งเขาเองมีความคุ้นเคย  ดูดาว ศึกษาเรื่องดวงดา  แต่เวลานั้นเขาเห็นดาวประหลาด อันเป็นหมายสำคัญ เป็นสัญลักษณ์สำคัญบ่งบอกว่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่มาเกิด  เป็นดาวประจำพระองค์ปรากฏขึ้น       เขายินดีเป็นอย่างยิ่ง  

            วันคริสตมาส  เราทั้งหลายเห็นอะไรบ้างที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญ  หรือเป็นหมายสำคัญสำหรับตัวเราเอง   หรือท่านยังพบสิ่งเก่า ๆ  บรรยากาศเก่า ๆ  ชีวิตเก่า ๆ   ไม่มีอะไรใหม่      แต่ปีนี้ท้าชวนเรา ให้หาความหมายจากวันคริสตมาส ที่เป็นความหมายใหม่    เหมือนกับพวกโหราจารย์ได้เห็นดวงดาวประหลาด ซึ่งพิเศษกว่าดวงดาวที่เขาเฝ้ามองอยู่ทุก ๆ วันและเป็นดวงดาวที่มีความหมายแก่เขามาก    

2. พวกโหราจารย์เป็นคนที่เข้าใจการทรงสำแดงของพระเจ้า (2)

         นักปราชญ์ได้บอกว่า “เราได้เห็นดาวของท่านปรากฏขึ้น เราจึงมาหวังจะนมัสการท่าน” เมื่อพวกเขาเห็นดาวดวงหนึ่ง เขาเข้าใจว่า นี่คือดาวของพระเมสิยาห์ กษัตริย์ของคนอิสราเอล หมายวามว่า พระเมสิยาห์ได้บังเกิดแล้ว เพราะฉะนั้น ข้อที่ 2  ตอนต้นได้บอกว่า “กุมารผู้ที่บังเกิดมาเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอลนั้นอยู่ที่ไหน”

        ความเข้าใจในเรื่องฝ่ายวิญญาณนำเราไปสู่ความชื่นชมยินดี ในคำอุปมาของพระเยซูเรื่องผู้หว่านพืช มีดินสี่ชนิด ดินสี่ชนิดนี้หมายถึงสภาพจิตใจของมนุษย์ เมล็ดพืชที่ตกในดินดี ก็ได้เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง และสามสิบเท่าบ้าง พระเยซูทรงอธิบายว่า “ส่วนพืชซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ คนนั้นจะเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง” (มัทธิว 13.23)

          มีคนมากมายได้ยินแล้วว่า พระเยซูบังเกิดมาเป็นมนุษย์เพื่อจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากความบาปและความตาย ได้ยินเพลงคริสตมาส ได้ชมละคร คริสตมาสทุก ๆ ปี แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคริสตมาสเท่าไรนัก มีคนน้อยเท่านั้นเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคริสตมาส และชื่นใจยินดี  วันนี้ท่านรู้จักและเข้าใจเรื่องคริสตมาสเพียงใด   คงไม่เหมือนสถิติที่สำรวจวัยรุ่น ถ้าถามว่า วันคริสตมาส คิดถึงอะไรก่อน  คิดถึง  “ซันตร้าครอส” 

3. พวกโหราจารย์เป็นคนที่ถ่อมใจลง และกราบนมัสการ ถวายบรรณาการ แด่พระกุมารเยซู (2)

           “กุมารผู้ที่บังเกิดมาเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอลนั้นอยู่ที่ไหน เราได้เห็นดาวของท่านปรากฏขึ้น เราจึงมาหวังจะนมัสการท่าน”

            ไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับพวกโหราจารย์เหล่านี้ แต่บอกได้ว่า พวกเหล่านี้เป็นคนที่มีฐานะสูงในสังคมและมีปัญญา เพราะว่าเมื่อพวกเขามาถึงกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาพูดกับใคร หรือถามใครถึงเรื่องการเกิด  ใครออกไปพบกับพวกเขา ไม่ใช่คนธรรมดา แต่กษัตริย์เฮโรด ก็แสดงให้เห็นว่า พวกโหราจารย์เป็นคนมีฐานะสูง  เมื่อพวกเขาเห็นดาวอย่างเดียว เขาบอกว่า เป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล และตั้งใจที่จะไปนมัสการกุมารนั้น “เราจึงมาหวังจะนมัสการท่าน” คนที่ถ่อมใจลงก็ชื่นใจในวันคริสตาสนี้ได้ คนที่มีฐานะ มีตำแหน่ง มีอำนาจในโลก ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในคริสตจักร เหมือนกษัตริย์เฮโรด มหาปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ คนเหล่านี้ไม่ค่อยรู้จักความถ่อมใจ จึงไม่มีโอกาสที่จะชื่นใจในวันนี้ได้           

และ“ครั้นเข้าไปในเรือน ก็พบกุมารกับนางมารีย์มารดา จึงกราบนมัสการกุมารนั้น แล้วเปิดหิบหยิบทรัพย์ของเขา ออกมาถวายแก่กุมารเป็นเครื่องบรรณาการ คือ ทองคำ (ยอมรับพระองค์เป็นกษัตริย์)  กำยาน เป็นเครื่องหอมบูชา (ยอมรับพระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า)  และมดยอบ น้ำยาอาบศพ (บ่งบอกพระเยซูต้องสละพระชนม์ชีพ ตายเพื่อไถ่เราจากความผิดบาป)” 

            พี่น้องคับ   วันนี้มาฉลองวันเกิดพระเยซู  เรามีท่าทีอย่างไร  เราได้ให้อะไรเป็นของขวัญแด่พระองค์บ้าง  “พระเยซูตรัสไว้ว่า  ผู้ใดกระทำแก่พี่น้องชายหญิง แม้จะต่ำต้อยเพียงใด ก็เหมือนท่านได้กระทำแก่เราด้วย”  วันนี้ท่านได้ให้อะไรแก่คนที่ท่านรักบ้าง  แก่คนที่ขัดสน ยากจนบ้าง  

             ประการสุดท้าย          ในช่วงที่พระเยซูบังเกิด มีหลายคนที่รู้เรื่องนี้ เช่น กษัตริย์เฮโรด มหาปุโรหิต พวกธรรมาจารย์ เจ้าของโรงแรมไม่มีที่ว่างสำหรับพระองค์  และชาวกรุงเยรูซาเล็ม เป็นต้น คนเหล่านี้อยู่ไม่ไกลจากที่ที่พระเยซูบังเกิด มีโอกาสที่จะพบพระเยซูได้ แต่เสียโอกาสที่มาถึงแก่เขา ดังนั้น คนเหล่านี้วุ่นวายใจ แทนชื่นใจ แต่พวกโหราจารย์ ซึ่งอยู่ไกลแสนไกล  แล้วพบกุมารเยซู พวกเขาจึงปิติยินดีอย่างยิ่ง พวกเขาจึงกราบนมัสการพระกุมารเยซู และได้ถวายเครื่องบรรณาการแด่พระองค์   ผู้ที่พบพระเยซูก็มีความชื่นชมยินดีและสันติสุขภายในจิตใจของตน เมื่อคนเลี้ยงแกะได้พบพระกุมารเยซู ก็ชื่นใจ  จึงยกย่องสรรเสริญพระเจ้า เมื่อสิเมโอนได้พบพระกุมารเยซู ก็ชื่นใจ จึงอุ้มพระกุมารและสรรเสริญพระเจ้า

การบังเกิดของพระเยซูเป็นข่าวดี เพราะว่าพระเยซูเป็นความสว่างของโลก ส่องสว่างแก่คนที่อยู่ในความมืดพระเยซูเป็นอาหารแห่งชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์พระเยซูเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิตพระเยซูเป็นผู้เลี้ยงที่ดีเลิศประเสริฐพระเยซูเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิตที่จะนำเราสู่สวรรค์พระเยซูเป็นแพทย์ประเสริฐ รักษาโรคทั้งทางร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ

          พี่น้องที่รัก วันนี้ท่านรู้สึกอย่างไร   ท่านชื่นชมยินดี หรือท่านวุ่นวายใจ  ท่านทุกข์ใจ  ท่านกังวลต่อปัญหาอุปสรรคในชีวิต   เชื้อเชิญเรามาเข้าเฝ้าเพื่อพบกับพระเยซูคริสต์ พระองค์บรรทมในรางหญ้า อย่างสุขสบาย  แม้ในโรงนามีกลิ่นเหม็น รางหญ้าไม่นุ่มเหมือนที่นอนอย่างดี  แต่พระองค์บรรทมอย่างสุขใจ   เช่นเดียวกัน เมื่อเราเปิดใจให้พระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิตของเรา  เราจะมีสันติสุขในใจ แม้โลกจะวุ่นวายเพียงได้ ปัญหาจะรุมเร้าแค่ไหน เราก็ยังสุขใจ และตั้งมั่นอยู่ได้   เพราะองค์พระเยซูทรงเป็น อิมมานุเอล ซึ่งหมายความว่า  “พระเจ้าอยู่กับเรา”