gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 362
Content : 882
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1940405
เรามี 21 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

205767_2047...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home Story/บทความ บทความ คริสเตียนกับการมีส่วนร่วมในการเมืองการปกครอง



คริสเตียนกับการมีส่วนในการเมืองการปกครอง

โดย ปัทมโรจน์ มากสุริวงศ์ คริสตจักรแห่งพระบัญชา


สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค. 2011
เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)
ขณะที่ผมเขียนบทความนี้
ก็เป็นช่วงสัปดาห์สุดท้าย เรียกว่า "โค้งสุดท้ายของการหาเสียง" แต่
ละพรรคก็ได้งัดไม้เด็ด นโยบายต่างๆมาแถลงกัน เราจะต้องพิจารณา
วิเคราะห์กันให้ดีก่อนตัดสินใจในการไปใช้สิทธิ์ในการเลือก 2 แบบ คือ
การเลือกสส.เขตและเลือกพรรคในการบริหารประเทศ(Party list)นั่นคือ

การเลือกคนที่ "ใช่" และเลือกพรรคที่ "ชอบ"นั่นเอง


เราในฐานะที่เป็นคริสตชนและเป็นคนไทยที่มีสิทธิในการลงคะแนน
เลือกตั้งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เราจึงต้อง
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการมีส่วนในการเมืองการปกครองทั้งนี้เพราะ
พระคริสตธรรมคัมภีร์กล่าวไว้ใน โรม 13:1 ว่า
“ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่มีอำนาจปกครอง เพราะว่าไม่มีอำนาจ
ใดเลยที่มิได้มาจากพระเจ้า และผู้ที่ทรงอำนาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น”

ดัง นั้นการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยเรา

ใช้วิธีการเลือกตั้งโดยประชาชนเลือกผู้แทนฯ เข้าไปในรัฐสภาเพื่อบริหาร
ประเทศและออกกฏหมายเพื่อการปกครองประเทศ

หลายคนที่เป็นคริสเตียน เมื่อพูดถึงเรื่อง "การเมือง" ก็เริ่มเบื่อหน่าย
และไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว
หนุนใจว่าอย่าเพิ่งเบื่อ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน
ไม่ใช่ของคนใด คนหนึ่ง หรือของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แม้เราไม่อยากจะยุ่ง
กับการเมือง แต่เรื่องการเมืองก็เกี่ยวข้องกับเรา เพราะเราไม่ได้อยู่ในป่าเขา
แต่เรายังอยู่ในเมือง
พระเยซูคริสต์ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่กระทำพระราชกิจในเมือง
และไม่ได้ปลีกวิเวกบำเพ็ญพรตอยู่ในป่าเขา
นอกจากบางเวลาที่พระองค์ทรงปลีกพระองค์เข้าเฝ้าพระบิดา

 

เราต้องเข้าใจนะครับว่า... คำว่า "เมือง" มาจากคำภาษากรีกว่า
"Polis" คำว่า "การเมือง" มาจากคำภาษาอังกฤษว่า "Politics"

ตราบใดที่เรายังอาศัยอยู่ในเมือง ตราบนั้นเราหนีไม่พ้น "การเมือง" (politics)
เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น ภายในเมืองที่เราอยู่ ไม่ว่าดีหรือเลว
ล้วนกระทบต่อวิถีชีวิตคริสเตียนของเรา! เราอยู่ในเมืองเราก็ต้องมีส่วนร่วม
กับการเมืองการปกครอง
การเมืองการปกครองจึงเป็นที่สำคัญที่คริสเตียน
ควรจะมีส่วนร่วมในระดับต่างๆ ดังนี้


1.ระดับการอธิษฐานเผื่อ

การอธิษฐานเผื่อเป็นการมีส่วนร่วมที่เราทุกคนสามารถทำได้
จึงขอหนุนใจให้เรามีส่วนในการอธิษฐานเผื่อการเลือกตั้งในครั้งนี้
(2พศด.7:14,1ทธ.2:1-2)
ผมเชื่อว่าในปีนี้จะเป็นเวลาของประเทศไทย
ที่พระเจ้าจะอวยพระพรนำแผ่นดินของพระเจ้ามาสู่ประเทศไทย

เราจะเห็นการอวยพระพรครั้งใหญ่ หลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้

คำอธิษฐานของเราจะมีผลในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้!


2.ระดับการการมีส่วนร่วม

พระ เยซูกล่าวถึงผู้เชื่อว่า พระองค์ได้ตั้งให้เป็นดังเกลือและ
แสงสว่างของสังคม เพื่อให้เรามีส่วนยับยั้งความชั่วร้ายในสังคม
และนำความสว่างไปยังที่ซึ่งมีความมืด (มธ.5:13-16)
บางครั้งมาตรฐานทางศีลธรรมของสังคมตกต่ำลง เป็นเพราะคริสเตียน
ไม่ได้เอาใจใส่หรือท้วงติงมากพอ จึงเป็นความรับผิดชอบของ
คริสเตียนที่ควรมีส่วนส่งเสริมหรือสนับสนุนให้สถาบันต่างๆ ที่พระเจ้า
ตั้งไว้ให้ทำหน้าที่ในการปกครองดูแลสมาชิกในสังคม
ได้ทำหน้าที่ด้วยความสัตย์ซื่ออย่างที่ควรจะเป็น


การมีส่วนร่วมตามระบบประชาธิปไตย ที่รัฐธรรมนูธกำหนดไว้
ฉบับแก้ไขล่าสุด ปี 2011 มีบทบัญญัติที่รับรองสิทธิและเสรีภาพ
ของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ไว้หลายประการด้วยกัน
 เช่น (1) สิทธิการออกเสียงประชามติ /การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
(มาตรา 105)
(2) สิทธิการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น (มาตรา 287)
(3) สิทธิการเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 (มาตรา 304)
(4) สิทธิการเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น
(มาตรา 286)
(5) สิทธิการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย (มาตรา 170)
(6) สิทธิการมีส่วนร่วมในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
 (มาตรา 59)


เนื่องจากการมีส่วนร่วมทางการเมืองทั้ง 6 ประการนี้ เป็นการออกแบบใหม่
ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการปฏิรูปการเมืองให้เป็นการเมืองแบบ มีส่วนร่วม
(participative politics) โดยนำหลักการถอดถอน(recall)
หลักการริเริ่มเสนอแนะ (initiatives) หลักการประชาพิจารณ์
(public hearings) และหลักการแสดงประชามติ (referendum)
มากำหนดไว้ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ เราสามารถมีส่วนในการเลือกตั้งเลือกผู้ที่มีคุณธรรม
ปกครองบ้านเมือง


3.ระดับการการเข้าไปมีอิทธิพล

ในระดับนี้คือการเข้าไปมีส่วนเข้าไปพัฒนาสังคมที่เราอาศัยอยู่
พระเจ้าปรารถนา ให้คริสเตียนมีส่วนพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศ นอกจาก

พระองค์จะนำข่าวประเสริฐมายังมนุษย์แล้ว พระองค์ยังได้นำ
หลักการดำเนินชีวิตที่ทำให้คนได้พบสันติสุขที่แท้ และค่านิยม
ที่ทำให้คนประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในการดำเนินชีวิต


พระองค์มิได้เพิกเฉยต่อปัญหาสังคมในท้องถิ่นที่พระองค์เติบโตมา
และในพื้นที่ซึ่ง พระองค์เสด็จไปทำพันธกิจ ตรงกันข้ามพระองค์ได้
มุ่งแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นเหมือนรากแก้วของปัญหาในชีวิต มนุษย์
นั่นคือ ความบาป (มก.2:5-6) นอก จากนั้น พระองค์ยังได้ช่วยเหลือ
ในปัญหาหลายอย่างด้วย เช่น ความเจ็บป่วย (มก.5:22-29)
ช่วยคนให้หลุดพ้นจากพันธนาการของผีร้าย (ลก.9:38-42)
การนับถือศาสนาแต่เปลือกนอก (มธ.23:27-28)
ขจัดการแบ่งชั้นวรรณะในสังคม (ยน.4:5-9) เป็นต้น


สังคมในปัจจุบันเต็มไปด้วยปัญหามากมายและมีความซับซ้อน
คริสเตียนแต่ละคนควรมีส่วนเข้า

ไปช่วยเหลือพัฒนาสังคมให้อยู่ในสภาพที่ดีตามน้ำพระทัยพระเจ้า

ตัวอย่างเช่น โย เซฟเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคม
ในยุคสมัยของท่าน งานของท่านคือการดูแลเรื่องปากท้องของประชาชน
ท่านได้ทำงานนี้อย่างต่อเนื่อง งานที่ท่านทำยังช่วยชีวิตคนทั้งใน
และต่างประเทศจำนวนมหาศาลให้รอดตายจากการ
กันดารอาหาร(ปฐก.41:48-49,54-57)


การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนมิได้เกิดจากการทำแบบฉาบฉวย
แต่เกิดจากการให้เวลาและทำด้วยความอุตสาหะพากเพียร
การทำดีอาจจะได้ผลช้าแต่ยั่งยืน แม้เวลาผ่านไปคุณความดีก็ยังปรากฎอยู่

การที่คริสเตียนจะเป็นเกลือและแสงสว่างที่ช่วยพัฒนาสังคม
ได้อย่างมีประสิทธิผลนั้นจำเป็นต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
เราต้องช่วยกันออกไปทำการดีของพระเจ้า การพัฒนาสังคมเป็น
เรื่องส่วนรวมที่เราต้องเสียสละเวลาส่วนตัวเข้าไปมีส่วนร่วม
ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนา สิ่งที่ดีจะเกิดขึ้นได้


ในวันนี้เราที่เป็นเกลือของโลก อย่าเอาแต่เก็บตัว
อยู่ในขวด
แต่ต้องเขย่าเกลือออกจากขวดได้แล้ว!