gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 362
Content : 870
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1858804
เรามี 8 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

205767_2047...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home Story/บทความ บทความ รู้จักพระคริสต์ชีวิตเหนือระดับ (Up Class)


โดย อจ.ปัทมโรจน์ มากสุริวงศ์
คจ.แห่งพระบัญชา

รู้จักพระคริสต์ ชีวิตเหนือระดับ(Up class)

 
เอเฟซัส 1:15-23ในพระธรรมตอนนี้อัครทูตเปาโลปรารถนาจะให้ผู้เชื่อในเมืองเอเฟซัสได้รับ
ประสบการณ์แห่งพระพรในการรู้จักพระคริสต์ในวิถีชีวิต
อัครทูตเปาโลอธิษฐานว่า
ขอพระเจ้าโปรดประทานให้เขามีจิตใจอันประกอบด้วยสติปัญญาและความประจักษ์แจ้ง
ในเรื่องความรู้ถึงพระองค์ และขอให้ตาใจของเขาสว่างขึ้น
มีความเข้าใจและรู้จักชีวิตในพระคริสต์อย่างแท้จริง เรียกว่า
"ขอให้ตาสว่าง ใจเปิดออกรับรู้และจิตวิญญาณได้เข้าไปทำความรู้จักกับพระองค์"
เราสามารถเรียนรู้ถึงคำอธิษฐานนี้และนำไปประยุกต์ได้ดังนี้

1. รู้จักความหวังแท้ในชีวิต (ข้อ 18ก)
 
เมื่อรู้จักชีวิตในพระคริสต์อย่างแท้จริงแล้ว
ผู้เชื่อจะรู้ว่าในการที่พระองค์ทรงเรียกนั้น
พระองค์ได้ประทานความหวังแท้
ความหวังที่พระเจ้าประทานแก่เราในพระคริสต์เป็นความหวังแท้
ทรงเป็นที่พึ่งที่เราสามารถยึดมั่นได้ตราบนิรันดร
ที่เราได้วางใจในพระเยซูเจ้า (13, 15) นั้นเราจะไม่ผิดหวัง ฮบ.10:23 ว่า
"ขอให้เรายึดมั่นในความหวังที่เราทั้งหลายเชื่อและรับไว้นั้นโดยไม่หวั่นไหว
เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงประทานพระสัญญานั้นทรงสัตย์ซื่อ"
 
(ตัวอย่างจากหนังสือ ร้อยแปด พันเก้า เล่ม 2 เรื่องอุทิศตัว หน้า 82
ได้เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่าในปี 1931)
 
เจน ไวท์ รู้สึกว่าชีวิตของเธอจวนจะดับลงเมื่ออเล็กซานเดอร์
สามีของเธอซึ่งเป็นนักเทศน์ชาวสก็อตที่มีชื่อเสียงได้จากโลกนี้ไป แม้
เวลาผ่านไปเธอย่างเข้าสู่วัยชรา เมื่อมองออกไปในโลกรอบๆ ตัว
เธอรู้สึกหดหู่กับความวุ่นวายทางด้านการเมืองและศีลธรรม
ดูเหมือนว่าไม่มีเหตุผลที่เธอจะอยู่ต่อไป
และไม่มีสิ่งใดที่เธอจะทำได้อีกแล้ว งานเลี้ยงอาหารค่ำในคืนหนึ่ง
ชายคนหนึ่งนั่งใกล้เธอ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความเศร้าสลดของเธอ
จึงถามว่า "คุณกำลังเป็นห่วงอะไร" เธอตอบว่า"ฉันกำลังเตรียมตัวที่จะตาย"
ชายคนนั้นพูดสวนกลับไปว่า "ทำไมคุณไม่เตรียมตัวที่จะมีชีวิตอยู่ล่ะ"
 
คำ พูดประโยคนี้ เป็นดังเสียงจากสวรรค์ เธอเกิดความเข้าใจ และได้มองเห็น
ความจริงว่า แท้จริงพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะให้เธอมีชีวิตอยู่
และให้เธอแตะต้องชีวิตของผู้อื่นเพื่อพระองค์
 
ทัศนคติของเธอได้เปลี่ยนไป และภายในเวลา 1 ปี เธอก็ได้นำทีมประกาศ
ของคริสเตียนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปประกาศที่กรุงเจนีวา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และในการเดินทางครั้งนั้นมีผลต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมาก
 
การดำเนินชีวิตกับพระเจ้าอย่างเข้าใจ
และรู้จักชีวิตในพระคริสต์อย่างแท้จริงนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ทำให้เกิดความหวังใจในการดำเนินชีวิต
 
"ความหวัง"เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตดำเนินอยู่ได้ หากต้องสูญเสียทุกสิ่งไป
"ความหวัง" ขอให้เป็นสิ่งสุดท้ายที่ จะสูญเสีย เพราะชีวิตจะสูญสิ้น
ถ้าสิ้นหวังคนที่มีความหวัง ตาของก็เริ่มตาสว่างแล้ว
 
อัครทูตเปาโลอธิษฐานขอให้ตาใจ ของชาวเอเฟซัสสว่างขึ้นคำว่า "สว่าง"
ในภาษากรีก อยู่ในรูปของ passive voice คือ ไม่ใช่ตัวพวกเขาทำเอง
แต่พระเจ้าเป็นผู้ทำให้
 
ตา ใจสว่าง นั่นคือ ทำให้มองเห็น ทำให้เข้าใจความจริงเมื่อตาใจสว่างแล้ว
พวกเขาจะรู้ได้ว่าในการทรงเรียกของพระเจ้าที่มาถึงชีวิต ของเขานั้น
พระเจ้าได้ประทานความหวังอะไรแก่เขาบ้าง
 
ความหวัง ในที่นี้ หมายถึง ความหวังที่แน่นอน หรือ ความหวังที่สามารถ
มั่นใจได้ ไม่ใช่หวังลมๆแล้งๆ
เพราะพระเจ้าเป็นผู้ประทานให้เป็นความหวังอันเกิดจากการทรงเรียกของพระเจ้า
ให้เข้ามาอยู่ในร่มพระคุณของพระองค์
 
2. รู้จักมรดกที่มีสง่าราศีของเรา (ข้อ 18ข)
 
ท่าน ได้อธิษฐานขอให้ผู้เชื่อรู้จักคุณค่าสูงส่งของมรดกที่มีสง่าราศีที่พระเจ้า
จัดเตรียมไว้อย่างอุดมบริบูรณ์ให้แก่เขาด้วย เป็นมรดกที่ดีกว่ามรดกใดๆ
ในโลกนี้
 
พระวจนะใน 1 ปต.1:4 กล่าวว่า เป็น มรดกที่ไม่รู้เปื่อยเน่า
ปราศจากมลทินและไม่ร่วงโรย
ซึ่งผู้เชื่อทุกคนจะได้รับเป็นรางวัลสมกับที่ได้ดำเนินชีวิตติดตามพระคริสต์
อย่างสัตย์ซื่อในโลกนี้ (1 คร.3:14; 1 ปต.5:4)เราเป็นลูกของพระองค์
ทำงานรับใช้พระเจ้าด้วยความรัก
เราไม่ใช่ลูกจ้างชั่วคราวแต่เราเป็นลูกพระเจ้าชั่วนิรันดร์
ลูกจะได้รับมรดกแต่ลูกจ้างจะไม่ได้รับ
 
มรดกที่เราได้รับคือชีวิตนิรันดร์และสง่าราศีที่ไม่สามารถเทียบได้กับทรัพย์
สิ่งของในโลกนี้ วันนี้มรดกจึงเป็นความหวังใจที่เราจะได้รับในอนาคต
 
3. รู้จักประสบการณ์แห่งฤทธิ์เดชของพระเจ้า (ข้อ 19-23)
 
อัครทูตเปาโลได้อธิษฐานต่อไป คือ
ขอให้ชาวเอเฟซัสได้รู้ถึงฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในชีวิตของพวกเขา
เพื่อต้องการให้พวกเขามีประสบการณ์แห่งฤทธิ์เดชของพระเจ้า
 
ในข้อ19 ท่านได้ใช้ภาษากรีกถึง 4 คำที่หมายถึง ฤทธานุภาพของพระเจ้า
 
คำแรก ฤทธานุภาพ มาจากภาษากรีกว่า ดูนามิส คำนี้ในภาษากรีกหมายถึง อำนาจ
ความสามารถที่อยู่ในบุคคลและสิ่งของ ภาษาอังกฤษ คือ คำว่า "Dynamite"
ไดนาไมท์
 
คำที่สอง อำนาจ มาจากภาษากรีกว่า เอนเนอร์เกอา ใน พระคัมภีร์ใหม่
คำนี้ใช้อธิบายถึงการกระทำของอำนาจบางสิ่งบางอย่างที่เหนืออำนาจของมนุษย์
อำนาจนี้เป็นอำนาจที่มีพลังการเคลื่อนไหวกระทำให้ทุกสิ่งสำเร็จเป็นไปตาม
เป้าหมาย
 
คำที่สาม พระกำลัง มาจากภาษากรีกว่า แคตอส หมายความว่า แรง กำลังอำนาจ
 
คำที่สี่ ที่เปาโลเลือกใช้คือ ฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ มาจากภาษา กรีกว่า
อิสคัส ซึ่งหมายความว่าแรงกำลัง อำนาจ และความสามารถ
 
ทั้งนี้อัครทูตเปาโลต้องการจะเน้นให้ชาวเอเฟซัสมั่นใจ
ว่าพระเจ้ามีฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ และไม่จำกัดเป็น นอกจากนี้
ได้ขอให้ผู้เชื่อมีตาใจสว่าง เพื่อจะได้รู้จักฤทธิ์เดชของพระเจ้าอีกด้วย
คือ รู้ว่าพระเยซูคริสต์มีฤทธานุภาพเหนือ... สิ่งต่างๆดังต่อไปนี้
 
3.1 เหนือความตาย (ข้อ 20)
 
พระเยซูคริสต์มีฤทธานุภาพเหนือความตาย ไม่เพียงพระองค์ฟื้นขึ้นจากความตาย
แต่จะทรงทำให้มนุษย์ทุกคนฟื้นจากความตายและเข้าสู่การพิพากษา (1 ธส.4:16)
 
3.2 เหนือเทวอำนาจทั้งปวง (ข้อ 21)
 
พระ เยซูคริสต์มีฤทธานุภาพเหนือเทวอำนาจทั้งปวง
ทรงอยู่เหนือบรรดาเทพผู้ครอง เหนือศักดิเทพ เหนืออิทธิเทพ
เหนือเทพอาณาจักร และเหนือนามทั้งปวงในโลกนี้
 
เพราะทรงเป็นพระเจ้าและทรงเป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า
 
3.3 เหนือคริสตจักร (ข้อ 22-23)
 
พระ เยซูคริสต์มีฤทธานุภาพเหนือคริสตจักร
พระเจ้าได้ทรงแต่งตั้งพระเยซูคริสต์ไว้ให้เป็นประมุขเหนือคริสตจักร
คริสตจักรเป็นอาณาจักรของพระคริสต์จึงนบนอบต่อพระคริสต์
ทรงปกครองและปกป้องคริสตจักรด้วยพระองค์เอง
 
(ตัวอย่างจากหนังสือ มานาประจำวัน ฉบับเดือน มีนาคม - พฤษภาคม 2006)
 
เมื่อ ดี.แอล.มูดดี้ เริ่มชราภาพ มีผู้ไปขออนุญาตเขียนชีวประวัติของเขา
แต่มูดี้กลับปฏิเสธโดยกล่าวว่า "เราไม่ควรจะเขียนเรื่องของคน ๆ
หนึ่งขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ สิ่งสำคัญคือ ชีวิตของเขาจบลงอย่างไร
ไม่ใช่