gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 362
Content : 870
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1858819
เรามี 23 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

225537_2106...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home Story/บทความ บทความ ทนทุกข์เพื่อพระสิริของพระเจ้า


โดย อจ.ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง
 

 


ยิ่งกว่านั้น   เราเห็นอย่างชัดเจนในพระคัมภีร์ว่า  พระเจ้าทรงทรงอนุญาตให้ความทุกข์ยากลำบากและเหตุเลวร้ายเกิดขึ้นในชีวิตของคนดี    ตัวอย่างเช่นในกรณีของโยบ   ซาตานคัดค้านพระเจ้าที่ทรงเห็นว่าโยบเป็นคนดี   ซาตานเห็นว่าที่โยบเป็นคนดีเพราะการทรงปกป้องคุ้มครองของพระเจ้าและเพราะความมั่งคั่งที่พระเจ้าทรงอวยพระพร   ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เขาคงไม่เป็นคนดีแน่นอน(โยบ 1:8)


แต่ในความทุกข์ยากและเหตุการณ์เลวร้ายของโยบ   ถ้าเป็นคนปกติธรรมดาก็จะเลิกเชื่อศรัทธาในพระเจ้า  หรือไม่ก็ต่อว่าและสาปแช่งพระเจ้า   แต่สำหรับโยบนั้น  ในความทุกข์ยากและเกิดเหตุเลวร้ายของชีวิต จุดยืนที่มั่นคงคือการที่เขาแสวงหาความเข้าใจ และ การเรียนรู้จากพระเจ้า   ดังนั้น ความทุกข์ยากและเหตุเลวร้ายซึ่งเป็นการทดลองของซาตานไม่สามารถมีชัยเหนือความเชื่อศรัทธาของโยบ   แต่โยบกลับมีความแข็งแกร่งในความเชื่อ  เกิดความอดทนและความบากบั่น  และในความทุกข์ยากลำบากนั้นเสริมสร้างวินัยชีวิตแก่เรา  จนชีวิตของเรามีคุณภาพมากขึ้นจนเป็นคนที่พระเจ้าจะทรงใช้ได้   และการที่เป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้นั้นเป็นทั้งความหวังและความขื่นชมยินดีในชีวิตของคนๆนั้น


สำหรับเปาโล  ท่านมีประสบการณ์ว่า ในความทุกข์ยากและเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต เป็นการที่พระเจ้าทรงแก้ไขเปลี่ยนแปลงการที่ท่านชอบยกตัวเอง  และทรงเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยใหม่ให้ท่านเป็นคนที่ถ่อม  และเชื่อมั่นในพระคุณของพระเจ้าว่ามีมากเพียงพอสำหรับชีวิตของท่าน   และมีมากเพียงพอสำหรับชีวิตที่ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากนานาประการ   และเปาโลได้เรียนรู้ถึงฤทธิ์เดชของพระเจ้าก็ตอนที่ท่านตกในที่นั่งลำบาก  เมื่อชีวิตของท่านอ่อนแอลง


7
และเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไป   เนื่องจากที่ได้เห็นการสำแดงมากมายนั้น   ก็ทรงให้มีหนามใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า   หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวเกินไป 8เรื่องหนามใหญ่นั้น   ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง   เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า 9แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า   “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว   เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน   เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น”   เหตุฉะนั้น   ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า

(2โครินธ์ 12:7-10, TBS1971)


บ่อยครั้งที่ผมมีโอกาสฟังคำพยานชีวิตของคนต่างๆ  มักมีรูปแบบการเป็นพยานชีวิตที่คล้ายๆกันดังนี้  “เมื่อก่อนผมเป็นคนเลว ไม่ดี  มีความทุกข์ยาก...  พระเจ้าทรงช่วยให้ข้าพเจ้ารอดพ้นจาก..   และเดี๋ยวนี้ชีวิตของข้าพเจ้าสุขสบาย...”   แต่ในความเป็นจริงแล้ว   ใครก็ตามที่ตัดสินใจเดินไปบนเส้นทางชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงแล้ว   ชีวิตคนๆนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  


ทั้งนี้เพราะ เหตุผลหนึ่งคือมารซาตานจะไม่ยอมปล่อยให้คนๆนั้นกลับใจเดินบนเส้นทางชีวิตคริสเตียนง่ายๆ   มันจะต้องฉุดกระชากลากถูอย่างถึงที่สุดที่จะได้ชีวิตคนๆนั้นกลับคืนไปสวามิภักดิ์อยู่ใต้การครอบครองของมันต่อไป   แต่ในเหตุการณ์นั้น   พระเจ้าทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์ในชีวิตของคนๆนั้นด้วย   พระราชกิจของพระองค์มิได้เอาความทุกข์ยากลำบาก หรือ เหตุการณ์เลวร้ายออกจากชีวิตของเขา   แต่พระองค์ทรงใช้เหตุการณ์เลวร้ายและความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นสร้างเขาให้มีความเชื่อและความไว้วางใจในพระองค์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น   เพื่อเขาจะเติบโตและแข็งแรงขึ้นในการต่อกรกับเหตุร้ายและความทุกข์ยากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


ความทุกข์ยากของชีวิตเราจึงได้เห็นพระคุณของพระเจ้า ที่มิได้ทรงทอดทิ้งเราให้ต้องทนทุกข์ยากลำบากเพียงลำพัง   แต่ทรงอยู่ด้วยและใช้ความทุกข์ยากในการสร้างเราให้เป็นคนใหม่ที่แข็งแกร่งและที่พระองค์จะทรงใช้ได้ในอนาคต   พระเจ้าทรงปรับเปลี่ยนสิ่งเลวร้ายเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างสิ่งดีในชีวิตของเราแต่ละคน   ดังนั้น  ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา พระเจ้าทรงสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องมือและโอกาสในการเสริมสร้างเราให้เป็นคนที่พระองค์จะทรงใช้ได้ตามพระประสงค์ของพระองค์   และนี่คือพระคุณของพระเจ้าที่ทรงมีในชีวิตของเราแต่ละคน


แต่บ่อยครั้งที่เรามักบ่น ต่อว่า และสงสัยพระเจ้า  ว่าทำไมถึงอนุญาตให้เหตุการณ์ที่เลวร้าย และ ความทุกข์ยากลำบากเกิดขึ้นในชีวิตของเรา   ทั้งๆที่เรารักสัตย์ซื่อต่อพระองค์   เรามักไม่ได้มองว่า พระเจ้ากำลังจะประทานพระคุณแก่เราในชีวิตมากยิ่งขึ้น    พระองค์กำลังสร้างเราให้เป็นคนที่พระเจ้าใช้ได้ดียิ่งขึ้น   ดังนั้น เปาโลจึงกระตุ้นให้เราชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา  ทุกสถานการณ์ (ฟิลิปี 4:4)

เมื่อคริสเตียนต้องพบกับความทุกข์ยากและเหตุการณ์ที่เลวร้าย   โปรดรู้เถิดว่า โอกาสที่เราจะได้ใกล้ชิดและสัมผัสกับความรักและพระคุณของพระองค์กำลังเป็นของเรา 
 

เลิกที่รู้สึกขมขื่นใจ   แต่จงชื่นชมยิน  

เลิกที่จะบ่นและต่อว่าพระเจ้า   แต่จงขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระคุณอันใหม่สดที่กำลังหลั่งไหลมา เลิกที่จะหาทางต่อรองหรือหลีกลี้หนีจากเหตุการณ์เลวร้ายนั้น   แต่จงถ่อมใจน้อมรับการทรงนำและการสร้างใหม่ของพระเจ้าในชีวิตของเรา  

เพราะในเหตุการณ์นั้นเราจะได้ยินเสียงตรัสในจิตใจของเราอย่างที่พระเจ้าตรัสกับเปาโลว่า “พระคุณของเรามีเพียงพอสำหรับเจ้า...”(2โครินธ์ 7:8,  IBS)
  

ในวันนี้   เมื่อท่านต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากและเหตุการณ์ที่เลวร้ายในชีวิต   จงสงบใจฟังจนได้ยินพระดำรัสที่มีสำหรับท่านโดยตรงท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านั้น   พระองค์จะทรงนำ ทรงจูงแขนในชีวิตของท่าน   และที่สำคัญคือท่านจะสนิทใกล้ชิดกับพระองค์มากยิ่งขึ้น  ท่านจะมีสัมพันธภาพที่ลุ่มลึกกับพระองค์ยิ่งกว่าเดิมเมื่อต้องประสบพบกับความทุกข์ยากลำบากในวันนี้

จงเผชิญกับความทุกข์ยากนั้นเพื่อให้นำมาซึ่งการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

 

ประสิทธิ์ แซ่ตั้ง

บ้านแม่แก้ดน้อย  สันทราย  เชียงใหม่

3ยิ่งกว่านั้น   ให้เราชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย  

 เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้นทำให้เกิดความอดทน (ความบากบั่น IBS)

4และความอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้  

 และการที่เราเห็นเช่นนั้นทำให้เกิดมีความหวังใจ

5และความหวังใจมิได้ทำให้เกิดความเสียใจเพราะผิดหวัง  

 เพราะเหตุว่าความรักของพระเจ้าได้หลั่งเข้าสู่จิตใจของเรา  

 โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์  ซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่เราแล้ว  

(โรม 5:-5)


คำถามที่เรามักได้ยินบ่อยๆทั้งจากคนที่มีความเชื่อศรัทธาในพระเจ้า และ ผู้ที่ไม่เชื่อก็คือ  “ถ้าพระเจ้าทรงฤทธิ์จริงๆ  แล้วทำไมพระองค์ยอมให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนดีดี?”    และก็เป็นความจริงว่า  คนดีจริงมักต้องประสบกับความทุกข์ยาก และ เหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต!