gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 361
Content : 852
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1775877
เรามี 13 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

225537_2106...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home Story/บทความ คำพยานชีวิต บอย โกสิยพงศ์

"บอย โกสิยพงศ์"
Image็ผมเขียนเพลงไม่ออกมา 6 ปี เขียนเพลงแบบไม่มีความสุขมากขึ้นๆ ทุกวันิ    นั่นคือบทสนทนาประโยคแรกของ "บอย โกสิยพงศ์" เจ้าของเพลง "ฤดูที่แตกต่าง" หลังจากที่ชายหนุ่มผู้นี้ ไม่ออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองมานานถึง 6 ปีเต็ม หลายคนสงสัยว่านักแต่งเพลง ระดับนึกจะเขียนก็เขียนกันได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างเขานั้น ทำไมต้องทิ้งระยะนานขนาดนั้นสำหรับอัลบั้มเพลงส่วนตัว

็มันปัญหาของผมก็คือ เมื่อสมัยแรกที่เราเริ่มต้นอาชีพนี้ ผมเขียนเพลงด้วยหัวใจ แต่เมื่อเราทำมันจนเป็นอาชีพแล้ว มันกลับกลายเป็นเรื่องเคยชิน เหมือนงานรูทีนที่เราจะรู้ว่าเขียนออกมาแบบนี้แล้วโดน เป็นรูปแบบที่ตายตัว ซึ่งผมสรุปได้ว่าผมเขียนเพลงโดยใช้สมองมากกว่าหัวใจิ

บอยบอกว่า เขามีนามปากกาสำหรับเขียนเพลงอยู่ตั้ง 7 ชื่อ เริ่มไล่ไปตั้งแต่เพลงที่เขียนส่งๆไปงั้น ไปจนกระทั่งเพลงที่ตัวเองชอบ ็นามปากกานี่แตกต่าง ถ้าใช้ชื่อจริงเพลงนั้นจะเป็นเพลงที่เรารู้สึกชอบมัน แต่ถ้าไม่ใช่ซึ่งต้องขอสงวนนามเอาไว้หน่อย อันนั้นก็จะรู้สึกว่าทำเป็นหน้าที่ทำตามแพทเทิร์นของ เราไว้ ทีนี้พอมาทำอัลบั้มของตัวเอง มันก็เลยแย่ เพราะเราชักรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง เพราะเรารู้ว่าหลายอย่างมันเฟค พอเขียนหน่อยก็ต้องหยุด ชักเครียดขึ้นมา ก็ต้องหยุดิ ็ยิ่งมีคนถามมากๆ ว่าจะออกเมื่อไหร่ ผมก็ต้องผลัดไปเรื่อยเกรงใจเขาเหมือนกัน แต่มันทำให้ผมเครียดมาก เพราะมันไม่อยากจะทำิ

ัลบั้มที่สองของบอยนั้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เกร็งด้วยหรือเปล่า ? ็ก็มีส่วนนะครับ จริงๆ อัลบั้มนั้นผมว่า มันก็ดี แต่เราตั้งใจมากไป เราอยากจะ ็โชว์ิทุกอย่าง ทีนี้เราก็เลยเอามันทุกอย่าง หลายคนบอกว่ามันดัดจริตไอ้นั่นก็ใช่ เพราะเราตั้งใจใส่มากไง เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงอัลบั้มนี้มันก็เลยขัดๆกันอยู่
ในตัวเองมากๆ เราเองก็ไม่รู้จะทำยังไงิ

แล้วคิดตกในเรื่องนี้ได้อย่างไร ?
็ช่วงที่ผ่านมามีสองเหตุการณ์ในชีวิตที่ทำให้ผมคิดตก
อย่างแรกก็คือ เรื่องของคุณพ่อที่เสีย (เงียบไปครู่หนึ่ง) เพราะอันนั้นมันเป็นแรงกระแทกอย่างแรงของเรามาก เพราะชีวิตผมนี้ได้มากที่สุดก็จากพ่อ เมื่อพ่อตายเราก็นิ่งเลย มีบางวันที่ผมนอนไม่กินอะไรเลย ผมนอนนิ่งๆ อยู่แบบไม่ทานอะไรเลย ไม่ทำอะไรเลยเกือบอาทิตย์ ภรรยาของผมเขาก็ร้องไห้ บอกว่าเราทำแบบนี้เขาเป็นทุกข์มาก อย่างน้อยลุกขึ้นมาแสดงให้เห็นว่ายังมีชีวิตอยู่หน่อยก็ยังดี ผมเห็นเธอร้องไห้ก็เริ่มคิด ก็มานั่งนึกว่าถ้าเราทำแบบนี้พ่อก็คงเสียใจ คนที่อยู่ก็เสียใจ เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับความจริงว่ามันได้เกิดขึ้นมาแล้ว...""ก็นึกถึงคำพูดของพ่อที่ท่านสอนผมเอาไว้ก่อนว่า เราต้องเรียนรู้สติของเราให้ทัน เตรียมพร้อมตัวเองเพื่อรับสิ่งที่มันจะมาหาเรารู้จักมันอย่าให้อารมณ์มาครอบงำ พ่อบอกว่าชีวิตของคนเราอยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่ เราไม่ได้อยู่กับความฝัน และทำตรงนั้นให้ดีที่สุด

เมื่อภรรยาผมพูดแบบนั้น ผมยอมรับว่าผมได้คิด วันนั้นผมก็เลยลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งิ็อีกเหตุการณ์หนึ่งเหมือนเรื่องมหัศจรรย์ครับ ผมไม่แน่ใจว่าเราจะเรียกว่าพระเจ้าหรืออะไร แต่เมื่อผมเครียดมากเพื่อนฝรั่งคน หนึ่งบอกผมว่า เฮ้ ยูเอาไบเบิ้ลไปอ่านดูซิ เขาก็ส่งมาให้ผม ผมนั่งอ่านก็ไปเจออยู่หน้าหนึ่ง เขาบอกว่า คนเรานั้นถ้าทำตามหัวใจจะดี กว่า ผมก็มานั่งนึกถึงตัวเองว่าที่ผ่านมา เราทำอะไรก็ตามเราคิดใช้สมองนำ ไอ้การทำงานโดยมีพื้นฐานของหัวใจแบบที่เคยเป็นนั้นมันหายไปหมด ผมก็เลยบอกกับตัวเองว่า ลืมมันเหอะไอ้สมองเนี่ย ทำอย่างที่หัวใจเราอยากให้เป็นดีกว่า นั่นคือ ทำด้วยความรัก เรา ไม่ต้องไปนึกถึงโจทย์ทางการตลาดหรืออะไรทั้งนั้น ไม่ต้องไปนึกว่า เขียนแบบนี้แล้วจะมีคนฟังหรือไม่ หรือเขียนแล้วมันจะไป โดนกลุ่มคนฟังกลุ่มไหน ผมบอกกับตัวเองว่าเราจะกลับไปทำงานให้สนุกอีกครั้ง ใช้หัวใจนำหน้าครับิ

็ใครจะว่าผมบ้าก็ได้ แต่ผมเชื่อว่าบางทีใบเบิ้ลที่เพื่อนเอามาให่อ่านอาจจะเป็นสาส์นที่พระเจ้าต้องการบอกผมก็ได้ เพราะหลังจากนั้นผมไปพลิกดูหลายรอบ ผมหมายถึงผมอยากจะแนะนำให้คนอ่านตรงนี้บ้างผมกลับหาไม่เจอแล้ว ดูให้ละเอียดยังไงก็หาไม่เจอ ผมก็เลยคิดว่ามันเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับตัวผมิ ็เพราะฉะนั้นเพลงในชุดใหม่ผมก็เลยทำงานด้วยความรู้สึกแบบที่พ่อสอนก็คือ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เข้าใจสติของตนเอง ขณะเดียวกันผมก็ใช้หัวใจที่ผมคิดว่าผมละทิ้งมันไปนานเข้ามาเขียนเพลงิ ผลจากการใช้หัวใจนำหน้าทำให้บอยบอกว่า เขาแต่งเพลงชนิดเหมือนคนบ้า เพราะเขียนไม่หยุด เขียนไปยิ้มไป เขียนขนาดที่ว่า มีเนื้อหาวัตถุดิบอยู่เป็นร้อยเลย ็เพราะฉะนั้นงานชุดนี้ถึงชื่อว่า Million Ways To Love Part1 ที่ต้องมีพาร์ตวันเนื่องจากภายในปีนี้ผมจะปล่อยภาคสองออกมา แล้วตลอดทั้งปีนี้ผมจะปล่อยซิงเกิ้ลในลักษณะพิเศษออกมาตลอด คือเพลงจะไม่เหมือนกับในอัลบั้มแน่นอนิ บอยกล่าวว่า หลังจากนั้นเขาทำงานง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ยึดติดว่าตนเองจะเป็น ริทึ่ม แอนด์ บอยด์ เหมือนอย่างงานชุดแรก หรือ ต้องกลั่นให้เห็นว่าเขามีฝีมือแค่ไหนเช่นในงานชิ้นสอง

ต่เป็นงานที่มีลักษณะสบายๆ แต่แน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึก็บรรยากาศในเพลงมันจะแตกต่างกันทั้ง 12 เพลง เพราะผมไม่ยึดติดกับอะไร แต่ตั้งใจว่าจะให้คนที่ฟังๆ แล้วสบายใจ ตัวผมเองก็สบายใจ ไม่มีเกร็ง ซึ่งมันได้ผลนะครับ เพราะทุกคนพอรู้ว่าไม่มีกรอบอะไรเลย เขาก็ทำกันชนิดที่เรียกว่ายอดเยี่ยมอย่างที่ผมไม่นึกมาก่อนอย่างเพลงแรกที่เราตัดออกมาก็คือ ็ใคริ ซึ่ง ป็อด (โมเดิร์นด็อก) เขาร้อง คนจะแปลกใจ เพราะเขาร้องแบบสบายๆ กว่าทุกครั้งที่เคยร้องเพลง เพลงอย่าง ็ผมแอบชอบคุณอยู่ิ ก็เป็นเพลงลักษณะที่เรียกว่า ผมเกิดอารมณ์ขันก็เขียนขึ้นมา ปรากฏว่าคุณนภแกก็โชว์เต็มที่ในลีลาใหม่ หรืออย่างเพลง "Live And Learn" ซึ่งเป็นเพลงที่ผมชอบมากๆ คือ แม่ของสุกี้กับน้อยคือคุณกมลา (สุโกศล) เป็นคนร้อง เพลงนี้อยากให้ฟังกันเพราะเธอร้องแปลกมากคือร้องเพลงไทยด้วยสำเนียงบรอดเวย์ ผมบอกท่านว่าร้องไปเลยครับ ท่านก็ร้องลีลาท่าน มันออกมาดีนะครับ ผมฟังแล้วก็อิ่ม ฟังไปน้ำตาซึมเลยิ็คือเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมเขียนขึ้นจากคำสอนของพ่อก่อนที่ท่านจะเสีย เนื้อเพลงทั้งหมดเป็นเพลงของพ่อผม ผมเองก็อยากจะบอกทุกคนเหมือนกันด้วยเนื้อหาสาระแบบเดียวกัน นั่นคือ ชีวิตคนเรามันก็เท่านั้น ถ้าเราเข้าใจตัวเรา ชีวิตก็มีความหมาย คือประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่ามันจะสำเร็จหรือเปล่า แต่ถ้าเราทำแล้วเราทำมันเต็มที่ ทำมันให้ดีที่สุด ไม่หลอกตัวเอง ใช้หัวใจทำเข้าไป ผมเชื่อว่า มันจะมีความสุขมากๆ กับการมีชีวิตในโลกนี้ิ

 แต่ฟังดูเหมือนกับฤดูที่แตกต่างยังไงพิกล ? เราถามขึ้นมา็ (หัวเราะ) ใช่ครับ เขียนไปเขียนมาผมว่ามันก็คือ ภาคสองของ Seasons Change จะว่าตั้งใจก็คงใช่ ผมอยากจะให้คนฟัง ฤดูที่แตกต่างแล้วมาฟังเพลงนี้ เพราะมันจะครบถ้วนในความเป็นเพลงที่ตั้งใจเอาไว้ิ แต่ถึงแม้จะเป็นการทำงานที่สนุก แต่บอยก็ค้นพบว่าในความสนุกนั้นมันมีปัญหาอยู่ด้วยเช่นกัน นั่นคือ เพลงแต่ละเพลงในชุดนี้มีความยาวเกิน 5 นาทีหมด และเป็นเรื่องที่บอยกล่าวว่า มันก็ช่วยไม่ได้...แต่เขาเชื่อว่า ถ้าคุณภาพของดนตรีหรือของเพลงมันมีอย่างเต็มร้อย โอกาสที่สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาก็ย่อมจะน้อย ็อย่างเพลง Live And Learn นั้น ยาวมากเกินห้านาที เพราะเราปล่อยบราสเซคชั่นเต็มที่ หรืออย่างช่วงที่คุณกมลาแอดลิบ ตอนกลางเพลงนั้น ท่านปล่อยอารมณ์เต็มที่ คือฟังแล้วขนลุก เพราะฉะนั้นมันไปตัดไม่ได้ครับ เพราะมันสมบูรณ์ในตัวมันเองอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ลำบากเพราะวิทยุบ้านเรานั้นถ้าเพลงมันเกิน 3 นาทีดีเจเขาอาจจะไม่เปิด แต่ผมเชื่อว่าถ้าเผื่อเพลงมันดีเขาก็ไม่น่าจะละเลยมันิ

อยกล่าวด้วยว่า ด้วยพลังของพระเจ้ากับคำสอนของพ่อทำให้เขาตั้งใจจะทำงานออกมาให้แฟนๆ ฟังอย่างจุใจ อย่างตอนปลายปีนี้ก็จะมีงานภาคสองของชุดนี้ หรือ Million Ways To Love Part 2 ออกมาให้ฟังกันอีก เช่นเดียวกับซิงเกิ้ลพิเศษ ก็จะตัดออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเพลงเหล่านั้นจะไม่ซ้ำกับเพลงในอัลบั้มอย่างที่เจ้าตัวบอก... พลังของพระเจ้านอกจากจะทำให้คนๆ หนึ่งได้ค้นพบหนทางของตัวเองแล้ว ครั้งนี้มันยังทำให้หัวใจของใครหลายๆ คนเปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความสุข... หลายคนคงจะเอ่ยคำขอบคุณพระเจ้าออกมาอย่างแน่นอนหลังจากที่ได้เสพงานเพลงคุณภาพของผู้ชายคนนี้

ู้ชายที่ชื่อ "บอย โกสิยพงศ์"