gototopgototop
Get Adobe Flash player

Statistics/สถิติผู้เยี่ยมชม

สมาชิก : 362
Content : 882
เว็บลิงก์ : 38
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1939756
เรามี 34 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Gallery Image

230315_2106...
Image Detail

เว็บเครือข่ายคริสเตียน

Home Sermon/คำเทศนา คำเทศนา วิ่งมาราทอนสู่เป้าหมาย

วิ่งมาราทอนสู่เป้าหมาย  ”   
ฮร 12:1-2  1คร9:24-27  
อ.เรวัฒน์  เทพจักร

วิ่งมาราทอนสู่เป้าหมาย 

”   
ฮร 12:1-2  1คร9:24-27  
อ.เรวัฒน์  เทพจักร


พระเทพรัตนราชสุดาฯ  ทรงนิพนธ์บทกวีหนึ่งน่าคิด ว่า 
       “  สิ่งของหายแล้วย่อม      อาจหา  แทนนา
        
          วันล่วงเลยเวลา            ไป่ได้
          ฉะนั้นอย่าทิ้งทิวา          ให้ว่าง        
          จักกอปรกิจที่ให้            ประโยชน์แท้แก่ตน “

       ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตที่ไม่มีการหยุดนิ่ง  การไม่ปล่อยให้วันเวลาผ่านไปไร้ค่า    แต่ชีวิตคริสเตียนเปรียบเหมือนนักวิ่ง   เรากำลังวิ่งไปสู่เป้าหมาย  บางคนเป็นคริสเตียนที่ตื่นเต้น รับพระพรมากมาย ประทับใจพระเจ้า แต่เมื่อผ่านไปสิ่งเหล่านั้นก็เหือดหายไป  กลายเป็นชีวิตที่เย็นชา  เริ่มเห็นอะไรก็ขวางหูขวางตา  ไม่สบอารมณ์ ไม่ถูกใจไปเสียหมด   เริ่มพึ่งพากำลังของตัวเอง  และสงสัยในพระคัมภีร์  บางคนเปลี่ยนคริสตจักรอย่างเปลี่ยนทรงผม  เปลี่ยนแฟชั่นเสื้อผ้าอาภรณ์    

 ตัวอย่าง    มะม่วงเขียวเสวย แม้จะพันธุ์ดีเพียงไร  แต่หากแม้ว่าเจ้าของสวนทำการย้ายต้นมะม่วงนั้นทุกๆเดือนไปเรื่อยๆ  ไม่มีทางที่ชีวิตจะเกิดผล     

       ผู้เขียนพระคัมภีร์ฮีบรูเขียนจดหมายไปถึง  คริสเตียนที่หันเหไปมาระหว่างศาสนายิว และศาสนาคริสต์   ระหว่างระบบเดิมคือรอดโดยศีลหรือบัญญัติโมเสส เชื่อเรื่องเทพ และทูตสวรรค์     กับระบบใหม่ที่เชื่อในพระคริสต์  รอดโดยพระคริสต์     เช่นเดียวกันในวันนี้เรากำลังอยู่ในประเทศไทยที่ ผู้คนสับสน  หลายคนหันไปหาเครื่องรางต่างๆ   เชื่อเรื่องผีวิญญาณ เชื่อเรื่องเวียนว่ายตานเกิด เชื่อเรื่องโชคชะตาราศี        แต่เราคือผู้เชื่อในพระคริสต์ซึ่งเชื่อเรื่องความรอดที่ได้มาโดยกางเขนของพระคริสต์  พระองค์ผู้ไถ่บาปเรา โดยความเชื่อ     จึงทำให้เห็นความแตกต่างมากมาย ระหว่าง 2 ความเชื่อ หรือวัฒนธรรม  

       ชาวยิวเข้าใจความหมายของการวิ่งเป็นอย่างดี  เพราะ การแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกของโลกได้เกิดขึ้นที่โรม  เขาจะเกณฑ์นักกีฬาจากทั่วทุกมุมของโลก ส่งตัวแทนที่ฝึกฝนและเก่งกาจที่สุดมาประลองกันที่สนาม  ซึ่งสมัยนั้นสามารถรองรับ และบรรจุได้ถึง 40000 คน  เช่นเดียวกับสนามศุภฯ    เขามีการแข่งขันกันทุก3ปี  และที่เมืองโครินธ์ เขานิยมแข่งขันกีฬาอิสเมียนเกมเป็นการแข่งขันกีฬาที่รองจากโอลิมปิค    นักกีฬาต้องฝึกซ้อมร่างกายของตนเอง  เพื่อชิงรางวัลในสมัยนั้นคือมงกุฎใบไม้   นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของนักกีฬาทุกคน    เช่นเดียวกันคริสเตียน เราจะต้องเตรียมชีวิตด้วยการฝึกวินัยฝ่ายวิญญาณ  คู่แข่งขันของเราไม่ใช่พี่น้อง  ไม่ใช่คน แต่เป็นมารซาตาน   มารซาตานไม่ชอบที่เห็นคนใดเอาจริงเอาจังในพระเจ้า   แต่ถ้าเราสามารถดึงใครมาเชื่อพระเจ้าหนึ่งคน  ประชากรของมารก็ขาดไปหนึ่งคน  


คำถาม  เราจะพากันวิ่งอย่างไรเพื่อจะได้รับมงกุฎรางวัลชีวิต  และไปถึงเป้าหมาย

ประการที่1  วิ่งแข่งโดยมีแรงผลักดัน

  • เรามีวีรบุรุษแห่งความเชื่อหลายคนคอยมองดูและเชียรเราอยู่ริมลู่วิ่ง เพื่อชมการแข่งขันของเรา ฮร12:1
      “  กำลังใจนี้หนาน่าประหลาด                   ช่างสามารถทำอะไรได้ทุกสิ่ง
         คณะใดมีหัวหน้ากล้าทำจริง                  ลูกน้องกริ่งเกรงภัยที่ไหนมี
         งานลำบากยากเย็นเป็นไฉน                  กำลังใจสู้สุดฤทธิ์ไม่คิดหนี
         ขอแต่ให้ใจสัมพันธ์มั่นไมตรี                 สามัคคีกำลังขลังนักแล “
    -ไม่ว่าจะเป็น   อาแบล,เอโนค,โนอาห์ ,อัมราฮัม ,ซาร่า,อิสอัค,ยาโคบ ,โยเชฟ ,โมเสส ,อิสราเอล ,กิเดโอน,บาราค, แซมสัน,เยฟธาห์ ,ดาวิด ,ซามูเอล   บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่ผ่านลู่วิ่งมาก่อนเรา  และเขาเหล้านี้ก็เป็นเพียงมนุษย์ที่อ่อนแอ  แต่เมื่อเขาตัดสินใจที่จะวิ่งกับพระเจ้า ลู่วิ่งของเขาไม่ได้เรียบราบดีเลย  เต็มด้วยอุปสรรคปัญหาใหญ่มีแต่หนามในชีวิต   แต่แล้วคนเหล่านี้ก็วิ่งก้าวไปไม่ย่อท้อ  และได้วิ่งเข้าสู่เส้นชัย                 แต่วันนี้คนเหล่านั้นกำลังนั่งอยู่ในอัศจันทร์ เพื่อคอยเชียร์เราอยู่      เราควรจะมีกำลังใจวิ่งก้าวไปสุดฝีเท้าของเราในการดำเนินกับพระเจ้า    ตั้งใจที่จะวิ่งออกไปที่จะประกาศนำคนมาคริสตจักร  ออกไปเยี่ยมเยียนหากมีโอกาส และไม่มีโอกาส   ถวายทรัพย์ไม่ใช่เฉพาะสิบลดหนึ่งเท่านั้น   แต่พร้อมยอมถวายตัวเพื่อพระองค์  และพี่น้องสมาชิกด้วยกัน   
  • เรามีพระคริสต์เป็นตัวอย่างในการวิ่ง  ฮร12:2
           พระคริสต์ทรงยอมอดทนทุกๆอย่าง  บนกางเขนคือลู่วิ่งที่พระองค์ต้องยอมทน  เป้าหมายของการวิ่งของพระคริสต์ก็คือเพื่อเราทุกคนจะได้รื่นเริงยินดี  มิใช่พินาศไปเพราะบาปชั่ว   พระองค์มิได้ละอายที่จะแบกกางเขนเยี่ยงนักโทษ   ทรงเดินออกไปรับการทรมานทุกอย่าง   สิ่งที่พระองค์เดินออกไปรับเอาเพื่อเราไม่ถือว่าน่าอาย ในลู่ที่เรากำลังจะวิ่งไป  เราอาจจะมีเรื่องยากลำบาก  เรื่องที่รบกวนใจ เรื่องที่ทำให้เราพ่ายแพ้ก่อนที่วิ่งด้วยซ้ำไป    ขอให้เรามองดูที่พระคริสต์เป็นตัวอย่างของการวิ่ง   

           ให้เรามีกำลังยิ่งๆขึ้น  เพราะเรามีพระคริสต์เป็นแรงกระตุ้น  ผลักดันใจให้เรากล้าที่จะเดินกับพระเจ้า  แม้ว่าเส้นทางเดินแต่ละวันจะคับแคบ  จะยากลำบาก  แม้จะมีสงครามใหญ่ในชีวิต  มีน้ำตา  มีเรื่องยุ่งยากลำบากใจ    แต่เรารู้ว่าพระคริสต์ทรงยิ้มให้กับเราอยู่  เดินไปร่วมทางกับเรา  ทุกที่ทุกแห่งที่เราก้าวเดินพระคริสต์ไม่ทิ้งห่าง   แต่ทรงดูแลความสุข และความทุกข์ของเราทั้งสิ้น ให้เรามีกำลังขึ้น  เพราะผู้ที่คอยเชียร์ และให้กำลังใจแก่เราไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆ  แต่พระองค์คือพระเจ้า
          “ แม้ก้าวเท้าจะก้าวหนึ่งหรือครึ่งก้าว     จะก้าวสั้นหรือก้าวยาวใช่เรื่องใหญ่ 
      ขอให้รักเรื่องราวการก้าวไป ไกลเท่าไกล ก็จะถึงสักหนึ่งวัน"(วาณิช จรุงกิจอนัตน์)    
  • เรามีรางวัลคือมงกุฎแห่งชีวิตรอเราอยู่ในสวรรค์  1คร 9:26 
    คนที่วิ่งกับเรามีหลายๆคน  บางคนตั้งใจที่จะวิ่ง บางคนไม่ตั้งใจที่จะวิ่ง  ถูกถีบลงมาให้วิ่ง  ตัวอย่าง เรื่องงานวันเกิดของเศรษฐีใหญ่......................  แต่คนที่วิ่งคนหนึ่งจะได้รับรางวัลแน่นอนเมื่อเขาวิ่งจนถึงเส้นชัยชีวิต 
    เปาโลกล่าว   ท่านวิ่งแข่งอย่างคนมีเป้าหมาย  ไม่ได้ทำแบบขาดเป้า   คนที่ทำอะไรแบบไม่เอาจริงเอาจังก็เหมือนคนชกลม    แต่วิ่งไปโดยมีความหวังในชีวิต     คนทั่วๆไปวิ่งแข่งขัน มุ่งทำงานก็เพื่อเงินทอง และบ้านเรือน  เกียรติยศ ชื่อเสียงในโลกนี้ที่ย่อมเสื่อมสูญไปเมื่อพระเจ้าพิพากษาโลก  ไม่มีสิ่งใดๆทนอยู่ได้  สิ่งเหล่านี้มีค่ามากมายเฉพาะในโลกนี้   แต่ไม่สามารถเอาไปใช้ในสวรรค์ได้  

    เหมือนเงินสกุลบาท  จะเอาไปใช้ในอเมริกาไม่ได้จะเป็นต้องแลกเป็นเงินสกุลดอลล่าก่อน  เช่นเดียวกันฝ่ายวิญญาณ  สิ่งสารพัดที่หลายคนวิ่งแข่งในโลกนี้  เรามิได้มุ่งหวังที่จะได้รับเพียงรางวัลใบไม้แห้งเท่านั้นเอง  แต่เรามุ่งหวังที่มงกุฎแห่งชีวิตในสวรรค์  ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคริสเตียนที่ฝ่าฟันต่อสู้  รักษาความเชื่อจนถึงนาทีสุดท้าย  รับใช้พระเจ้า ทุ่มเทกับพระเจ้าจนลมหายใจสุดท้าย

    พระคริสต์ตรัสว่า  สวรรค์มีจริง ถ้าไม่มีพระองค์ก็บอกแล้ว ยอห์น 14:1       ดังนั้นหมายความว่า  การแข่งขันนี้พระเจ้ามีสิ่งที่ดีๆรอคอยเราแล้ว  น่าวิ่งต่อไป  อย่ายอมแพ้  จงวิ่งต่อไปจนถึงเป้าหมายของเรา เพราะเรามีรางวัลรออยู่     ให้มองเห็นรางวัลรออยู่ข้างงหน้าเพื่อที่เราจะวิ่งกับพระเจ้า  ทำงานของพระเจ้า  ทำอะไรๆเพื่อพระองค์มากมายวันนี้  โดยไม่เสียดาย หรือฝืนใจที่จะทำให้กับพระเจ้า   
         

ประการที่2  วิ่งแข่งโดยปราศจากอุปสรรค

  • สิ่งที่ถ่วงอยู่    ภาระที่หนักที่คอยถ่วงเราไว้   หรือบาป   ทำให้เราวิ่งไม่สะดวก
    ”  ในโลกนี้มีสิ่งต้องวิ่งแข่ง                ถ้าหย่อนแรง ราข้อต่อเขาบ้าง
        ก็จะแพ้แย่ยับถึงอับปาง                อย่าหมายร่าง เราจะอยู่สู้หน้าใคร “   
                                                            (โดย ประนอม  ซองทอง)

 ร่างกายที่ไม่พร้อม  เปรียบเหมือนจิตวิญญาณไม่พร้อมที่วิ่งไป

  • แรงจูงใจที่ผิดๆ   บางคนวิ่งแข่งโดยมีเป้าหมายไม่ถูกต้อง  ท่าทีผิดๆ ทำตัวเป็นศัตรูต่อกางเขน
    ปลายทางมีแต่ความพินาศ  ฟป3:18-19

 สรุป 
      ชีวิตคริสเตียน เราจะต้องวิ่งมาราทอนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย  ไม่สำคัญว่าคุณจะวิ่งได้เร็วหรือช้า  ไม่สำคัญว่าคุณจะวิ่งมาก่อนใครแล้ว  เพราะเรามิได้วิ่งแข่งขันกันเอง  แต่เรากำลังวิ่งแข่งกับซาตาน  เมื่อเราที่เราอ่อนแอ และหยุดที่จะวิ่งมารซาตานก็ชัยชนะเหนือเรา   เราก็พ่ายแพ้   แต่พระเจ้าไม่ต้องการเห็นเราพ่ายแพ้  ดังนั้นพระองค์ปลุกใจเราวันนี้ว่า ให้เราเตรียมตัว เตรียมกาย เตรียมจิตใจให้แข็งแรงเพื่อที่จะวิ่งออกไปในลู่วิ่งที่พระเจ้าขีดเส้นให้แล้ว   ให้มองเป้าหมายไปที่พระคริสต์   เรามีกองเชียร์มากมายคอยเชียร์เราอยู่ใกล้ๆลู่วิ่งของเรา   เสียงของเขาดังกังวานเพื่ออยากเห็นชัยชนะของเรา